Forbes บอกว่าเขามีทรัพย์สินประมาณ $8.5 พันล้าน
ฟังดูเยอะมากแล้วใช่ไหมครับ
แต่ประเด็นคือ
Justin บอกว่า ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขหลังจาก Bloomberg และ Forbes “ลด” มูลค่าคริปโตที่เขาถือออกไปแล้วถึง 70–80%
เขาพูดตรง ๆ เลยว่า
“When Bloomberg and Forbes calculate my net worth, they discount my crypto assets by 70-80%.”
แล้วทำไมต้องหักหนักขนาดนั้น?
เรื่องมันอยู่ตรงที่ Justin ไม่ได้ถือคริปโตแบบคนทั่วไปครับ
โดยเฉพาะ $TRX
มีการประเมินว่าเขาถือ $TRX อยู่มากกว่า 60,000 ล้านเหรียญ หรือเป็นสัดส่วนใหญ่มากของ Supply ทั้งหมด
ถ้าเอาจำนวนเหรียญคูณกับราคาตลาดตรง ๆ มูลค่าบนกระดาษจะสูงมหาศาล
แต่ปัญหาคือ
คุณขายมันทั้งหมดในราคาที่เห็นบนหน้าจอไม่ได้
ลองนึกภาพว่าเราถือหุ้นหรือเหรียญสักตัวมูลค่า $1 หมื่นล้าน
ถ้าเรากดขายทีเดียว $1 หมื่นล้านจริง ๆ ราคาอาจพังก่อนที่จะขายของหมดด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้นเวลาสื่อพวก Forbes หรือ Bloomberg คำนวณ Net Worth ของ Justin
เขาเลยไม่ได้มองว่า
“TRX 60,000 ล้านเหรียญ × ราคาตลาด = เงินทั้งหมดของ Justin”
แต่จะใส่สิ่งที่เรียกว่า Liquidity Discount
หรือพูดง่าย ๆ ว่า
หักเผื่อไว้ เพราะของก้อนนี้ใหญ่เกินกว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เต็มราคา
ในกรณี TRX มีการใช้ส่วนลดสูงถึงประมาณ 75%
รวมกับความผันผวนของ Crypto และความกระจุกตัวของ Portfolio
เลยกลายเป็นว่า Crypto บางก้อนของ Justin อาจถูกนับเป็น Wealth จริงเพียงประมาณ 20–30% ของมูลค่าบนกระดาษ
แต่เรื่องที่ผมว่าน่าสนใจคือ
Justin เข้าใจเหตุผลทั้งหมดนั้นครับ
เขาไม่ได้ไม่รู้ว่า Position ของตัวเองใหญ่ ไม่ได้ไม่รู้ว่า Crypto ผันผวน และไม่ได้ไม่รู้ว่าถ้าขาย $TRX ก้อนมหาศาลออกมาทีเดียว ราคาจะเกิดอะไรขึ้น
แต่สิ่งที่เขาไม่เห็นด้วยคือ
เขาไม่ได้มองส่วนที่ถูกหัก 70–80% ว่าเป็น “ของด้อยค่า”
สำหรับเขา
นั่นคือการเดิมพันที่ใหญ่ที่สุด
Justin อยู่กับ Crypto มาประมาณ 14 ปี และแทบไม่ได้พยายามย้าย Wealth หลักของตัวเองไปอยู่ในอสังหาริมทรัพย์หรือหุ้นแบบที่มหาเศรษฐีทั่วไปทำ
ตรรกะของเขาค่อนข้างตรงไปตรงมา
ถ้าคุณเชื่อว่าคุณกำลังถือสินทรัพย์ที่ดีที่สุดอยู่แล้ว
แล้วจะขายมันไปซื้อสินทรัพย์อันดับสองทำไม?
ฟังดูบ้าไหมครับ
ก็อาจจะ 😂
แต่ถ้ามองจากคนที่สร้าง #TRON ขึ้นมาเอง และใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่กับ Crypto
มันก็อธิบายวิธีคิดของเขาได้ดีมาก
และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ
ถึงเราจะตัด $TRX ออกไปก่อน
Justin ก็ยังเป็นหนึ่งในวาฬ $ETH ที่ใหญ่มากอยู่ดี
ช่วงต้นเดือนกันยายน มีข้อมูล On-chain ระบุว่า Wallet ที่เกี่ยวข้องกับเขาถือ $ETH มากกว่า 243,000 $ETH
มูลค่ามากกว่า $600 ล้าน
จนปริมาณ $ETH ที่เขาถือมากกว่า $ETH ที่ Ethereum Foundation ถืออยู่บน Public Tracker เสียอีก
อันนี้ผมว่าตลกดีนะครับ
คนสร้าง @TRON DAO ถือ $ETH มากกว่ามูลนิธิ Ethereum 😂
หลังจากนั้น Justin มีการ Redeem $ETH ออกจาก Lido บางส่วน
แต่ก็ยังเหลือประมาณ 238,000 stETH
มูลค่าใกล้เคียง $600 ล้าน
แค่ Position ETH Position เดียวก็ใหญ่ระดับที่คนทั่วไปแทบจินตนาการไม่ออกแล้ว
ทั้งที่มันยังเป็นเพียง “ส่วนหนึ่ง” ของ Portfolio ทั้งหมด
พอกลับมามองตัวเลข $8.5 พันล้าน ของ Forbes อีกที
มันเลยน่าสนใจขึ้นทันที
เพราะนี่ไม่ใช่แค่คำถามว่า
“Justin Sun รวยเท่าไหร่?”
แต่มันคือคำถามว่า
“เราควรตีราคาความมั่งคั่งของคนที่ถือ Crypto จำนวนมหาศาลยังไง?”
ถ้าดูจากราคาหน้าจอ
คุณอาจมี $20B
แต่ถ้าถามว่า
“พรุ่งนี้ขายทั้งหมด แล้วเอาเงินเข้าธนาคารได้เท่าไหร่?”
คำตอบอาจเหลือไม่ถึงครึ่ง
นี่คือเหตุผลที่โลก TradFi มอง Position ของ Justin แล้วเห็น
Liquidity Risk Volatility Risk Concentration Risk
แต่ Justin มองก้อนเดียวกันแล้วเห็นคำว่า
Conviction
คนหนึ่งบอกว่า
“ต้อง Discount 75% เพราะขายจริงไม่ได้”
อีกคนบอกว่า
“นี่แหละคือของที่ผมเชื่อที่สุด”
และนี่คือส่วนที่ผมชอบที่สุดของเรื่องนี้
ถ้า Justin เดิมพันผิด
บางทีการหัก 70–80% อาจยังน้อยไปด้วยซ้ำ
แต่ถ้าเขาถูก
$8.5 พันล้านที่ Forbes ประเมินไว้วันนี้ อาจกลายเป็นตัวเลขที่ดูเล็กมากในอนาคต
สุดท้ายแล้ว
$8.5B คือ Wealth ที่โลก TradFi ยอมใส่ไว้ในตาราง
แต่ส่วนที่ถูกหักทิ้งไป 70–80%
สำหรับ Justin Sun แล้ว
นั่นต่างหากอาจเป็นส่วนที่เขาเชื่อมากที่สุด #TRONGlobalFriends