Exchange
บล็อกเชนและเว็บเทรดสินทรัพย์คริปโต
Academy
ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับบล็อกเชนและคริปโต
โบรกเกอร์
โซลูชั่นสำหรับโบรกเกอร์
Charity
Charity
Cloud
ตลาดเเลกเปลี่ยนคริปโตสำหรับบริษัท
DEX
รวดเร็วและปลอดภัยด้วยเว็บเทรดสินทัพย์ดิจิทัลแบบกระจายอำนาจ
Labs
ศูนย์บ่มเพาะสำหรับโครงการบล็อกเชนชั้นนำ
Launchpad
แพลตฟอร์มเปิดตัวโทเค็น
Research
การวิเคราะห์และรายงานระดับสถาบัน
Trust Wallet
กระเป๋าคริปโตอย่างเป็นทางการของ Binance
ซื้อคริปโต
ตลาด
Convert
วิธีการเทรดที่ง่ายที่สุด
คลาสสิค
อินเตอร์เฟสที่เรียบง่ายและใช้สะดวก
Advanced
เข้าถึงเครื่องมือการเทรดได้ทั้งหมด
Margin
เพิ่มกำไรของคุณด้วยเลเวอเรจ
P2P Wallet
โอนเงินผ่านธนาคารและอีกกว่า 100 ทางเลือกอื่น
Stock Token
New
เทรดหุ้นด้วยคริปโต
เทรด
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปสำหรับ iOS และ Android
ดาวน์โหลด
English
USD
Binance Blog
ข่าวสารและข้อมูลล่าสุดจากเว็บเทรดคริปโทเคอร์เรนซีชั้นนำของโลก
ทำความรู้จักเหรียญ Stablecoins อันดับหนึ่ง USDT
2021-3-25

Cryptocurrency คือ สินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในวันเดียวหลายเปอร์เซ็นต์ ทำให้ยากต่อการวางแผนลงทุนในขณะที่ถือพอร์ตว่างรอจังหวะเข้าซื้อ ทำให้เกิดแนวคิดของ Stablecoins หรือเหรียญสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าเกือบคงที่อย่าง USDT เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว

กำเนิดเหรียญUSDT

USDT เป็นเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Tether ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมีหลักการคือมีเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯหนุนหลังอยู่แบบ 1:1 กล่าวคือ 1USD มีค่าเท่ากับ 1 USDT นั่นเอง โดยหากมีความต้องการสกุลเงิน USDT เข้ามา ทาง Tether จะทำการสร้าง USDT เพิ่มและส่งไปให้กับ Exchange ต่างๆ นำไปใช้เป็นคู่เทรดให้กับลูกค้า

สาเหตุที่ต้องใช้ USDT ในการเป็นคู่เทรดกับสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ เนื่องจากนักเทรดส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยกับการเทียบราคากับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เช่น Bitcoin ราคา 60,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ การใช้ USDT จะช่วยให้นักเทรดสามารถวิเคราะห์แนวโน้มราคาได้สะดวก


ถือครอง USDT ดียังไง

ที่สำคัญเวลาที่ยังไม่มีสถานะในการถือสกุลเงินดิจิทัลใดๆการถือครอง USDT ยังช่วยให้มูลค่าพอร์ตของเราไม่ผันผวนมากนักเมื่อเทียบกับการถือครองสกุลเงินดิจิทัลที่ราคามีการเปลี่ยนแปลงตลอดวลาอย่าง Bitcoin โดยการเคลื่อนไหวของเหรียญ USDT จะอ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในตลาดแลกเปลี่ยนค่าเงินทั่วไปซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงวันต่อวันไม่มากนัก เพราะธรรมชาติของค่าเงินจะไม่ผันผวนมากนักยกเว้นแต่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างฉับพลันนอกจากนี้ USDT ยังได้ถูกนำไปใช้เป็นสกุลเงินดิจิทัลหลักสำหรับคู่เทรดประเภทต่างๆไม่ว่าจะตลาด Spot,บัญชี Margin รวมถึงบัญชี Futures 

เชนในการใช้งาน USDT 

ทั้งนี้ USDT ได้ถูกแบ่งออกเป็นหลายเชน โดยเชนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ERC20 ซึ่งสร้างขึ้นโดยใช้ Ethereum นอกจากนี้ยังมีเชน TRC ให้เลือกเช่นกัน โดยผู้ที่ต้องการโอน USDT หากันหรือย้ายไป Exchange อื่นจำเป็นต้องดูคู่เชนให้ตรงกันก่อนที่จะทำการส่ง เพราะถ้าส่งผิดเชนโอกาสที่จะได้เงินคืนมีน้อยมาก

รวมถึงต้องติดตามค่าธรรมเนียมในการโอน USDT หากช่วงที่มีการซื้อขาย Ethereum หรือโทเคนที่มี ERC20 หนุนหลังเป็นจำนวนมากอาจทำให้ค่าธรรมเนียมในการโอนมีราคาที่สูงไปด้วย

สำหรับนักเทรดชาวไทยสามารถซื้อเหรียญ USDT ได้ที่ Exchange ที่รองรับเงินบาทโดยอัตราการเปลี่ยนแปลงจะเคลื่อนไหวตามอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯคู่กับค่าเงินบาท ซึ่ง Exchange เกือบทุกแห่งจะเปิดให้ซื้อขายได้อยู่แล้ว

นอกจาก USDT มีเหรียญ Stablecoins อื่นอีกไหม

นอกจาก USDT ยังมี Stablecoins อื่นให้นักเทรดได้เลือกใช้อีกหลายสกุลโดยหลักๆจะประกอบไปด้วย Binance USD หรือ BUSD ซึ่งเป็น Stablecoins ที่สร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Binance และ Paxos เพื่อใช้เป็นคู่เทรดภายในแพลตฟอร์มของ Binance โดยเฉพาะ 

รวมถึง Stablecoins อื่นๆที่ได้รับความนิยมเช่น USD Coin หรือ USDC ซึ่งได้รับใบอนุญาตทางด้านการเงินจึงมั่นใจได้ว่ามีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯหนุนหลังเต็มจำนวน 100% รวมถึงสกุลเงิน PAX  ขณะเดียวกันยังมีสกุลเงินดิจิทัล DAI ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นจากการนำ Ethereum ไปใช้ในการสร้าง ซึ่ง DAI ส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในธุรกรรมของ DeFi เป็นหลัก 

จำนวน USDT ที่ถูกสร้างจำนวนมากอาจจะเป็นสัญญาณบางอย่างในตลาด

มีข้อสังเกตุว่าหากมีการสร้าง USDT ออกมาจำนวนมากบ่งบอกว่ากำลังมีนักลงทุนรายใหญ่หรือกลุ่ม Whale เตรียมที่จะเข้าซื้อ Bitcoin เป็นปริมาณมหาศาล เนื่องจากนักลงทุนรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินหรือบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นจะต้องนำสกุลเงินดอลลาร์ที่มีมาแปลงเป็น USDT ก่อนที่จะเข้าซื้อ ซึ่งหากมีรายงานออกมาอาจเป็นการบ่งบอกถึงการเข้าซื้อ Big Lot ของรายใหญ่ได้เช่นกัน

แม้ว่า USDT จะมีข้อสังสัยถึงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่ใช้ในการ Backup มีจำนวนที่ครอบคลุม 100% หรือไม่ แต่ถึงอย่างไร USDT ก็ยังครองสัดส่วนการตลาดของ Stablecoins สูงสุดอยู่ดีแต่สกุลเงินอื่นๆก็เริ่มที่จะมีมาร์เกตแชร์เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

Cryptocurrency คือ สกุลเงินดิจิทัลที่มีคุณสมบัติหลากหลายประเภท เหรียญประเภท Stablecoins ก็มีคุณสมบัติในการเป็นที่พักเงินและเป็นคู่เทรดที่ช่วยให้นักเทรดสามารถวิเคราะห์ราคาได้โดยง่ายด้วยคุณสมบัติของความผันผวนในระดับต่ำนั่นเอง

Binance Blog
ข่าวสารและข้อมูลล่าสุดจากเว็บเทรดคริปโทเคอร์เรนซีชั้นนำของโลก
Mar 25
2021
ทำความรู้จักเหรียญ Stablecoins อันดับหนึ่ง USDT

Cryptocurrency คือ สินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในวันเดียวหลายเปอร์เซ็นต์ ทำให้ยากต่อการวางแผนลงทุนในขณะที่ถือพอร์ตว่างรอจังหวะเข้าซื้อ ทำให้เกิดแนวคิดของ Stablecoins หรือเหรียญสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าเกือบคงที่อย่าง USDT เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว

กำเนิดเหรียญUSDT

USDT เป็นเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Tether ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมีหลักการคือมีเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯหนุนหลังอยู่แบบ 1:1 กล่าวคือ 1USD มีค่าเท่ากับ 1 USDT นั่นเอง โดยหากมีความต้องการสกุลเงิน USDT เข้ามา ทาง Tether จะทำการสร้าง USDT เพิ่มและส่งไปให้กับ Exchange ต่างๆ นำไปใช้เป็นคู่เทรดให้กับลูกค้า

สาเหตุที่ต้องใช้ USDT ในการเป็นคู่เทรดกับสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ เนื่องจากนักเทรดส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยกับการเทียบราคากับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เช่น Bitcoin ราคา 60,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ การใช้ USDT จะช่วยให้นักเทรดสามารถวิเคราะห์แนวโน้มราคาได้สะดวก


ถือครอง USDT ดียังไง

ที่สำคัญเวลาที่ยังไม่มีสถานะในการถือสกุลเงินดิจิทัลใดๆการถือครอง USDT ยังช่วยให้มูลค่าพอร์ตของเราไม่ผันผวนมากนักเมื่อเทียบกับการถือครองสกุลเงินดิจิทัลที่ราคามีการเปลี่ยนแปลงตลอดวลาอย่าง Bitcoin โดยการเคลื่อนไหวของเหรียญ USDT จะอ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในตลาดแลกเปลี่ยนค่าเงินทั่วไปซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงวันต่อวันไม่มากนัก เพราะธรรมชาติของค่าเงินจะไม่ผันผวนมากนักยกเว้นแต่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างฉับพลันนอกจากนี้ USDT ยังได้ถูกนำไปใช้เป็นสกุลเงินดิจิทัลหลักสำหรับคู่เทรดประเภทต่างๆไม่ว่าจะตลาด Spot,บัญชี Margin รวมถึงบัญชี Futures 

เชนในการใช้งาน USDT 

ทั้งนี้ USDT ได้ถูกแบ่งออกเป็นหลายเชน โดยเชนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ERC20 ซึ่งสร้างขึ้นโดยใช้ Ethereum นอกจากนี้ยังมีเชน TRC ให้เลือกเช่นกัน โดยผู้ที่ต้องการโอน USDT หากันหรือย้ายไป Exchange อื่นจำเป็นต้องดูคู่เชนให้ตรงกันก่อนที่จะทำการส่ง เพราะถ้าส่งผิดเชนโอกาสที่จะได้เงินคืนมีน้อยมาก

รวมถึงต้องติดตามค่าธรรมเนียมในการโอน USDT หากช่วงที่มีการซื้อขาย Ethereum หรือโทเคนที่มี ERC20 หนุนหลังเป็นจำนวนมากอาจทำให้ค่าธรรมเนียมในการโอนมีราคาที่สูงไปด้วย

สำหรับนักเทรดชาวไทยสามารถซื้อเหรียญ USDT ได้ที่ Exchange ที่รองรับเงินบาทโดยอัตราการเปลี่ยนแปลงจะเคลื่อนไหวตามอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯคู่กับค่าเงินบาท ซึ่ง Exchange เกือบทุกแห่งจะเปิดให้ซื้อขายได้อยู่แล้ว

นอกจาก USDT มีเหรียญ Stablecoins อื่นอีกไหม

นอกจาก USDT ยังมี Stablecoins อื่นให้นักเทรดได้เลือกใช้อีกหลายสกุลโดยหลักๆจะประกอบไปด้วย Binance USD หรือ BUSD ซึ่งเป็น Stablecoins ที่สร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Binance และ Paxos เพื่อใช้เป็นคู่เทรดภายในแพลตฟอร์มของ Binance โดยเฉพาะ 

รวมถึง Stablecoins อื่นๆที่ได้รับความนิยมเช่น USD Coin หรือ USDC ซึ่งได้รับใบอนุญาตทางด้านการเงินจึงมั่นใจได้ว่ามีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯหนุนหลังเต็มจำนวน 100% รวมถึงสกุลเงิน PAX  ขณะเดียวกันยังมีสกุลเงินดิจิทัล DAI ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นจากการนำ Ethereum ไปใช้ในการสร้าง ซึ่ง DAI ส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในธุรกรรมของ DeFi เป็นหลัก 

จำนวน USDT ที่ถูกสร้างจำนวนมากอาจจะเป็นสัญญาณบางอย่างในตลาด

มีข้อสังเกตุว่าหากมีการสร้าง USDT ออกมาจำนวนมากบ่งบอกว่ากำลังมีนักลงทุนรายใหญ่หรือกลุ่ม Whale เตรียมที่จะเข้าซื้อ Bitcoin เป็นปริมาณมหาศาล เนื่องจากนักลงทุนรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินหรือบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นจะต้องนำสกุลเงินดอลลาร์ที่มีมาแปลงเป็น USDT ก่อนที่จะเข้าซื้อ ซึ่งหากมีรายงานออกมาอาจเป็นการบ่งบอกถึงการเข้าซื้อ Big Lot ของรายใหญ่ได้เช่นกัน

แม้ว่า USDT จะมีข้อสังสัยถึงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่ใช้ในการ Backup มีจำนวนที่ครอบคลุม 100% หรือไม่ แต่ถึงอย่างไร USDT ก็ยังครองสัดส่วนการตลาดของ Stablecoins สูงสุดอยู่ดีแต่สกุลเงินอื่นๆก็เริ่มที่จะมีมาร์เกตแชร์เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

Cryptocurrency คือ สกุลเงินดิจิทัลที่มีคุณสมบัติหลากหลายประเภท เหรียญประเภท Stablecoins ก็มีคุณสมบัติในการเป็นที่พักเงินและเป็นคู่เทรดที่ช่วยให้นักเทรดสามารถวิเคราะห์ราคาได้โดยง่ายด้วยคุณสมบัติของความผันผวนในระดับต่ำนั่นเอง