ซื้อคริปโต
ชำระเงินด้วย
ตลาด
NFT
New
ดาวน์โหลด
English
USD
Binance Blog
ข่าวสารและข้อมูลล่าสุดจากเว็บเทรดคริปโทเคอร์เรนซีชั้นนำของโลก
Binance Saving vs Staking ต่างกันอย่างไร?
2021-3-18

ในช่วงเวลาที่ที่ตลาดผันผวนเช่นนี้ นักลงทุนที่เทรด BITCOIN หรือ Cryptocurrencies สกุลต่างๆ หรือสายถือยาว...(ติดดอย) อาจจะมองหาช่องทางการรับผลตอบแทนรูปแบบอื่น Binance Saving & Staking ถือเป็นผลิตภัณฑ์อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้าง passive incomeให้กับนักลงทุนได้ในขณะรอจังหวะเข้าเทรดอีกครั้ง

Binance saving คืออะไร

Binance Saving คือ ระบบที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ดิจิตอลในพอร์ตของนักลงทุน การลงทุนประเภทนี้นักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยปันผลจากการนำสินทรัพย์ไปให้กับนักเทรดยืมเพื่อนำไปเทรดในตลาด Margin หรือตลาด Futures โดยทาง Binance จะจ่ายดอกเบี้ยเพื่อเป็นการตอบแทนการยืมเงิน ปัจจุบันมีเหรียญคริปโตให้เลือกในการปล่อยกู้จำนวนมากไม่ว่าจะเป็น Bitcoin (BTC) , Ethereum (ETH)Binance USD (BUSD) , Tether (USDT) เป็นต้น 

โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท

1. Flexible Saving : เป็นเงินฝากที่คุณจะสามารถถอนได้ตลอดเวลา และจะมีการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยตลอดเวลาด้วยเช่นกัน  (โดยจะปิดรับการฝากเงินในช่วงเวลา 06.50-07.10 ของทุกวัน) ซึ่งหากคุณต้องการถอนเงินในวันนั้น คุณจะมีตัวเลือกระหว่าง 

  • Fast redemption คุณจะได้รับเงินกลับคืนทันที แต่จะไม่ได้รับดอกเบี้ยในวันนั้น

  • Standard redemption คุณจะได้รับเงินคืนในวันถัดไปพร้อมดอกเบี้ย 

การฝากประเภทนี้จะสามารถตั้งค่า Auto subscription เพื่อนำเหรียญไปฝากใน Flexible saving โดยอัตโนมัติ


2.Locked Saving : เป็นการฝากเหรียญเอาไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 7 วัน 14 วัน จนถึง 90 วัน และเมื่อครบตามระยะเวลา คุณก็จะได้เงินทุนกลับคืนพร้อมกับดอกเบี้ยที่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า โดยจะมีการกำหนดเพดานสูงสุดที่สามารถฝากได้เอาไว้ด้วย โดยอัตราดอกเบี้ยปันผลที่แสดงเป็นตัวเลขสีเขียวคือ % ปันผลต่อปีมากขึ้นตามระยะเวลาที่เราฝากเหรียญเอาไว้ 

Staking คืออะไร

นักลงทุนในตลาดคริปโตเคอเรนซี่หรือผู้ที่เทรด BITCOIN น่าจะเคยได้ยินมาบ้างกับคำว่าขุด BITCOIN (BITCOIN mining) การขุดนี้ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของระบบ Proof of work (Pow) ซึ่งเป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลต่างๆเป็นบล็อก แล้วเชื่อมต่อบล็อกเหล่านั้นให้กลายเป็นบล็อกเชน  การขุดนี้เป็นการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวณ นักขุดที่สามารถแก้ปัญหาได้ก่อนจะได้รับผลตอบแทนไป ต่อมาได้มีกลุ่มบุคคลคิดค้นระบบฉันทามติรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Proof of stake (Pos) การทำ Staking คือการทำฉันทามติในรูปแบบเดียวกับการขุดของ Pow โดยเป็นการนำเหรียญไปล็อคไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง บล็อกเชนจะสุ่มเลือกจากผู้ใช้งานที่นำเหรียญมาล็อคไว้ทั้งหมดเพื่อเป็นผู้ตรวจสอบและทำธุรกรรม ผู้ตรวจสอบจะได้รับผลตอบแทนเป็นรางวัลกลับไป


Binance Staking

Binance ได้เปิดบริการให้ผู้ใช้งานสามารถนำเหรียญมาร่วม Staking ลดความยุ่งยาก ไม่มีค่าธรรมเนียมในการใช้งาน และได้รับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง

โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  • Locked staking เป็นการนำเหรียญไปล็อคเพื่อรับผลตอบแทนเป็นช่วงเวลาหนึ่ง 30,60 และ 90 วัน ในระหว่างนี้ผู้ใช้งานจะไม่สามารถจะถอนหรือทำการซื้อขายได้ตลอดระยะเวลาที่ล็อค เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการถือเหรียญไว้ระยะยาวและได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า ปัจจุบันมีรายการเหรียญที่สามารถเข้าร่วมได้มากกว่า 50 รายการ ข้อดีของการเลือก Stake แบบนี้คือเราจะได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูงแต่ในทางกลับกันการนำเหรียญของเราไปล็อคไว้ราคาของเหรียญนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงสูงในบางช่วงซึ่งเราจะไม่สามารถนำเหรียญออกมาขายได้จนกว่าจะหมด period ที่เราเลือกไว้

  • DeFi staking เป็นบริการทางการเงินอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ใช้งาน Binance ให้สามารถเข้าร่วม Defi Mining ผ่าน Smart contract ซึ่งทาง Binance ได้คัดเลือกโครงการที่มีความปลอดภัย และให้ผลตอบแทนสูงสำหรับผู้ใช้งาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมและขั้นตอนการทำธุรกรรม อย่างไรก็ตาม Binance จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจาการใช้งานรูปแบบนี้


ความแตกต่างระหว่าง Binance Saving vs Binance Staking

Binance Saving และ Staking ก็เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้งานสามารถสร้างผลตอบแทนแบบ Passive income โดยไม่ต้องเทรด อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ทั้งสองประเภทมีผลตอบแทน ความเสี่ยง และความยืดหยุ่นที่ต่างกัน ผู้ใช้งานควรศึกษาให้เข้าใจและเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนกับเรานะครับ เพื่อนๆก็อย่าลืมติดตามข่าวสารทางเพจ Facebook หรือ Line Openchat ของ Binance นะครับ เพื่อไม่พลาดประกาศ Campaign พิเศษ (ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ) เกี่ยวกับ Saving & Staking ออกมาให้เราได้เลือกใช้งานกันครับ


Binance Blog
ข่าวสารและข้อมูลล่าสุดจากเว็บเทรดคริปโทเคอร์เรนซีชั้นนำของโลก
Mar 18
2021
Binance Saving vs Staking ต่างกันอย่างไร?

ในช่วงเวลาที่ที่ตลาดผันผวนเช่นนี้ นักลงทุนที่เทรด BITCOIN หรือ Cryptocurrencies สกุลต่างๆ หรือสายถือยาว...(ติดดอย) อาจจะมองหาช่องทางการรับผลตอบแทนรูปแบบอื่น Binance Saving & Staking ถือเป็นผลิตภัณฑ์อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้าง passive incomeให้กับนักลงทุนได้ในขณะรอจังหวะเข้าเทรดอีกครั้ง

Binance saving คืออะไร

Binance Saving คือ ระบบที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ดิจิตอลในพอร์ตของนักลงทุน การลงทุนประเภทนี้นักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยปันผลจากการนำสินทรัพย์ไปให้กับนักเทรดยืมเพื่อนำไปเทรดในตลาด Margin หรือตลาด Futures โดยทาง Binance จะจ่ายดอกเบี้ยเพื่อเป็นการตอบแทนการยืมเงิน ปัจจุบันมีเหรียญคริปโตให้เลือกในการปล่อยกู้จำนวนมากไม่ว่าจะเป็น Bitcoin (BTC) , Ethereum (ETH)Binance USD (BUSD) , Tether (USDT) เป็นต้น 

โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท

1. Flexible Saving : เป็นเงินฝากที่คุณจะสามารถถอนได้ตลอดเวลา และจะมีการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยตลอดเวลาด้วยเช่นกัน  (โดยจะปิดรับการฝากเงินในช่วงเวลา 06.50-07.10 ของทุกวัน) ซึ่งหากคุณต้องการถอนเงินในวันนั้น คุณจะมีตัวเลือกระหว่าง 

  • Fast redemption คุณจะได้รับเงินกลับคืนทันที แต่จะไม่ได้รับดอกเบี้ยในวันนั้น

  • Standard redemption คุณจะได้รับเงินคืนในวันถัดไปพร้อมดอกเบี้ย 

การฝากประเภทนี้จะสามารถตั้งค่า Auto subscription เพื่อนำเหรียญไปฝากใน Flexible saving โดยอัตโนมัติ


2.Locked Saving : เป็นการฝากเหรียญเอาไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 7 วัน 14 วัน จนถึง 90 วัน และเมื่อครบตามระยะเวลา คุณก็จะได้เงินทุนกลับคืนพร้อมกับดอกเบี้ยที่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า โดยจะมีการกำหนดเพดานสูงสุดที่สามารถฝากได้เอาไว้ด้วย โดยอัตราดอกเบี้ยปันผลที่แสดงเป็นตัวเลขสีเขียวคือ % ปันผลต่อปีมากขึ้นตามระยะเวลาที่เราฝากเหรียญเอาไว้ 

Staking คืออะไร

นักลงทุนในตลาดคริปโตเคอเรนซี่หรือผู้ที่เทรด BITCOIN น่าจะเคยได้ยินมาบ้างกับคำว่าขุด BITCOIN (BITCOIN mining) การขุดนี้ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของระบบ Proof of work (Pow) ซึ่งเป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลต่างๆเป็นบล็อก แล้วเชื่อมต่อบล็อกเหล่านั้นให้กลายเป็นบล็อกเชน  การขุดนี้เป็นการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวณ นักขุดที่สามารถแก้ปัญหาได้ก่อนจะได้รับผลตอบแทนไป ต่อมาได้มีกลุ่มบุคคลคิดค้นระบบฉันทามติรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Proof of stake (Pos) การทำ Staking คือการทำฉันทามติในรูปแบบเดียวกับการขุดของ Pow โดยเป็นการนำเหรียญไปล็อคไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง บล็อกเชนจะสุ่มเลือกจากผู้ใช้งานที่นำเหรียญมาล็อคไว้ทั้งหมดเพื่อเป็นผู้ตรวจสอบและทำธุรกรรม ผู้ตรวจสอบจะได้รับผลตอบแทนเป็นรางวัลกลับไป


Binance Staking

Binance ได้เปิดบริการให้ผู้ใช้งานสามารถนำเหรียญมาร่วม Staking ลดความยุ่งยาก ไม่มีค่าธรรมเนียมในการใช้งาน และได้รับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง

โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  • Locked staking เป็นการนำเหรียญไปล็อคเพื่อรับผลตอบแทนเป็นช่วงเวลาหนึ่ง 30,60 และ 90 วัน ในระหว่างนี้ผู้ใช้งานจะไม่สามารถจะถอนหรือทำการซื้อขายได้ตลอดระยะเวลาที่ล็อค เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการถือเหรียญไว้ระยะยาวและได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า ปัจจุบันมีรายการเหรียญที่สามารถเข้าร่วมได้มากกว่า 50 รายการ ข้อดีของการเลือก Stake แบบนี้คือเราจะได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูงแต่ในทางกลับกันการนำเหรียญของเราไปล็อคไว้ราคาของเหรียญนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงสูงในบางช่วงซึ่งเราจะไม่สามารถนำเหรียญออกมาขายได้จนกว่าจะหมด period ที่เราเลือกไว้

  • DeFi staking เป็นบริการทางการเงินอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ใช้งาน Binance ให้สามารถเข้าร่วม Defi Mining ผ่าน Smart contract ซึ่งทาง Binance ได้คัดเลือกโครงการที่มีความปลอดภัย และให้ผลตอบแทนสูงสำหรับผู้ใช้งาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมและขั้นตอนการทำธุรกรรม อย่างไรก็ตาม Binance จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจาการใช้งานรูปแบบนี้


ความแตกต่างระหว่าง Binance Saving vs Binance Staking

Binance Saving และ Staking ก็เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้งานสามารถสร้างผลตอบแทนแบบ Passive income โดยไม่ต้องเทรด อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ทั้งสองประเภทมีผลตอบแทน ความเสี่ยง และความยืดหยุ่นที่ต่างกัน ผู้ใช้งานควรศึกษาให้เข้าใจและเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนกับเรานะครับ เพื่อนๆก็อย่าลืมติดตามข่าวสารทางเพจ Facebook หรือ Line Openchat ของ Binance นะครับ เพื่อไม่พลาดประกาศ Campaign พิเศษ (ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ) เกี่ยวกับ Saving & Staking ออกมาให้เราได้เลือกใช้งานกันครับ